แนวโน้มและโอกาสของแรงงานไทย

 

 

 แนวโน้มความต้องการจ้างแรงงานไทย

 

     จำนวนแรงงานถูกกฎหมายของไทยในญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเรื่อยมา แต่เป็นการเพิ่มขึ้นทีละเล็กน้อย ทั้งนี้เนื่องจากสาขาอาชีพที่ทางการญี่ปุ่นอนุญาตเปิดรับแรงงานต่างชาติมีฝีมือนั้นมีเพียงบางสาขาอาชีพ   เท่านั้นที่ตรงกับประเภทของแรงงานมีฝีมือที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ได้แก่ แรงงานฝีมือ (ผู้ปรุงอาหาร ควาญช้าง) นักแสดง  เป็นต้น แรงงานไทยที่เพิ่มขึ้นอีกส่วนคือ ผู้ที่ทำงานกับบริษัทสาขาในต่างประเทศซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทแม่ลูกหรือบริษัทร่วมทุนต่างๆส่งลูกจ้างมาทำงานในบริษัทในประเทศญี่ปุ่นที่มีการเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเข้าไปลงทุนในประเทศไทยของบริษัท ญี่ปุ่น

     นอกจากนี้ ในการเจรจาภายใต้กรอบ JTEPA (Japan Thai Economic Partnership Agreement ที่จะนำไปสู่การเจรจา FTA ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ก็ยังได้มีการเสนอให้ทางการญี่ปุ่นขยายสาขาอาชีพเพิ่มขึ้นเพื่อสนองตอบโครงการส่งเสริมศักยภาพแรงงานไทยเพื่อการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศใน 5 สาขาอาชีพ คือ

                   - สาขาผู้ประกอบอาหารไทย

                   - สาขาผู้อภิบาลผู้สูงอายุ

                   - สาขาแม่บ้านทันสมัย

                   - สาขานวดแผนไทย

                   - สาขานวดด้วยน้ำมัน

 

     สำหรับสาขาอาชีพผู้ประกอบอาหารไทยนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดรับอยู่แล้ว แต่ได้ระบุคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นแรงงานมีฝีมือสาขาผู้ปรุงอาหารไว้อย่างเข้มงวด คือ ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานในสาขาอาชีพนั้นๆนานกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งปัญหาก็ได้มีการเสนอในการประชุมเจรจา FTA ต่อรองขอลดประสบการณ์ของผู้ที่ขอเข้ามาทำงานเป็นผู้ปรุงอาหารให้ลดลงเหลือเพียง 5 ปี สำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติของกระทรวงแรงงาน คาดว่าจะมีการลงนาม FTA ได้ในปี 2550 นี้

     ส่วนอีก 4 สาขาอาชีพนั้นก็มีเสนอขอเปิดตลาดในการเจรจา FTA  ซึ่งในอนาคตก็อาจมีความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเปิดรับ โดยสาขาที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปิดรับได้แก่ 

                   - สาขาผู้อภิบาลผู้สูงอายุ เนื่องจากขณะนี้ญี่ปุ่นประสบภาวะสังคมชรา และมีเด็กน้อย  

                   - สาขานวดแผนไทยและนวดด้วยน้ำมันนั้นทางญี่ปุ่นมีความต้องการจ้างสูงมาก หากแต่รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่อนุญาตให้เข้ามาทำงาน ขณะนี้ผู้ทำงานด้านนี้ส่วนใหญ่เป็นหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวญี่ปุ่น 

                   - ครูผู้สอนนาฏศิลป์ ดนตรีไทย สอนทำอาหารไทย สอนภาษาไทย และสอนภาษาไทย  

 

     แนวโน้มในความต้องการรับผู้ฝึกงานไทยมาฝึกงานตามโครงการฝึกงานเทคนิคในระบบของ JITCO นั้นพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันภาพลักษณ์ของผู้ฝึกงานไทยดีขึ้นมากเนื่องจากมีการหลบหนีไปจากแหล่งฝึกงานน้อยลงและผู้ฝึกงานไทยขยัน ปรับตัวได้ดี และมักพบว่ามีองค์กรรับหลายแห่งที่เคยรับผู้ฝึกงานชาติอื่นแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็หันมาสนใจรับผู้ฝึกงานไทยมากขึ้น 

     สำหรับผู้ฝึกงานขององค์กรผู้รับ IMM Japan ที่กรมการจัดหางานจัดส่งมาฝึกงาน ซึ่งในอดีตเคยมีปัญหาเรื่องอัตราการหลบหนีของผู้ฝึกงานสูง ทำให้ถูกระงับการรับผู้ฝึกงานไประยะหนึ่ง และหลังจากที่มีการแก้ไขปรับปรุงเงื่อนไขการรับส่งผู้ฝึกงานแล้ว และได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อเดือนกรกฎาคม 2546 ก็ได้เริ่มดำเนินการรับผู้ฝึกงานต่อตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2547 จนถึงขณะนี้(มีนาคม  2550) ได้รับผู้ฝึกงานเข้ามาอีก 35 รุ่น รวม 867 คน ณ ปัจจุบัน(สิ้นเดือนมีนาคม 2550) มีผู้ฝึกงาน IMM Japan ฝึกงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น 816 คน ปรากฏว่าผลการรับผู้ฝึกงานเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ฝึกงานหลบหนี และผู้ฝึกงานรุ่นแรกจำนวน 34 คน ได้ฝึกงานครบ 3 ปีและเดินทางกลับประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 และประกอบกับในปี 2549 จำนวนผู้ฝึกงานชาวอินโดนิเซียหลบหนีสูงมาก นายจ้างจึงสนใจหันมารับผู้ฝึกงานไทย หากสภาพการณ์การฝึกงานของผู้ฝึกงานไทยยังคงรักษาระดับไว้เช่นปัจจุบันคือ มีคุณภาพและไม่หลบหนีไปจากแหล่งฝึกงาน คาดว่าสามารถขยายการจัดส่งผู้ฝึกงานไทยได้เพิ่มขึ้นทุกปีโดยคาดว่าในปี 2550 จะเพิ่มการรับผู้ฝึกงานได้ประมาณ 1,000 คน 

      จำนวนแรงงานไทยที่ลักลอบทำงานในญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมายมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง   ทั้งนี้เนื่องจากทางการญี่ปุ่นเร่งปราบปรามคนต่างชาติที่อยู่ญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งตั้งแต่ปี 2547 รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายที่จะลดจำนวนคนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งภายในระยะ 5 ปี    รวมทั้งเพิ่มบทลงโทษคนต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าและนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างชาติอีกด้วย ดังนั้นคาดว่าในอนาคตอันใกล้จำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจะลดลงอย่างรวดเร็ว   อย่างไรก็ตามรัฐบาลญี่ปุ่น     คงต้องจัดเตรียมหาแรงงานจากส่วนอื่นมารองรับจำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่จะลดลงในอนาคต ซึ่งหลายฝ่ายพยายามที่จะเร่งให้เปิดรับแรงงานไร้ฝีมือ แต่ก็ยังได้รับการต่อต้านอยู่มากจากประชาชนญี่ปุ่นเอง ทั้งนี้ในกฎหมายควบคุมการเข้าเมืองและผู้อพยพได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การเปิดรับแรงงานต่างชาติจะทำได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากประชามติชาวญี่ปุ่นก่อน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้พิจารณาและเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่ต้องเปิดรับแรงงานต่างชาติให้เข้ามามากขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสำรวจประชามติเกี่ยวกับการเปิดรับแรงงานต่างชาติ มาหาข้อสรุปเพื่อนำมาแก้ไขกฎหมายการควบคุมการเข้าเมืองและผู้อพยพฉบับที่ 2 ซึ่งใช้มาเป็นระยะเวลาครบ 5 ปีแล้ว