มาตรฐานผู้ฝึกงานด้านเทคนิคสาขาผู้บริบาล (Care Worker) ประเทศญี่ปุ่น

วันที่: 
พฤหัสบดี, มกราคม 18, 2018 (ทั้งวัน)

 

 

รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานผู้ฝึกงานฯสาขาผู้บริบาล (Care Worker)

ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 มีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ฝึกงานด้านเทคนิคหรือแนวทางการปฎิบัติให้ถูกต้องของผู้ฝึกงานด้านเทคนิคชาวต่างชาติ (ตามกฏหมายปี 2559 มาตราที่ 89 ซึ่งจะเรียกว่า “กฎหมาย”) และข้อบังคับใช้ของกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ฝึกงานด้านเทคนิคหรือแนวทางการปฎิบัติให้ถูกต้องของผู้ฝึกงานด้านเทคนิคชาวต่างชาติ (กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการปี 2559 พระราชกฤษฎีกาหมายเลข 3 ซึ่งจะเรียกว่า “ข้อบังคับใช้”) ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับปรุงเนื้อหาทั้งหมดรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสาขาอาชีพของผู้ฝึกงานฯ

มีการประกาศมาตรฐานผู้ฝึกงานฯสาขาผู้บริบาลที่รัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องกำหนดและการจำกัดความของข้อบังคับใช้ของกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ฝึกงานด้านเทคนิคหรือแนวทางการปฎิบัติให้ถูกต้องของผู้ฝึกงานด้านเทคนิคชาวต่างชาติ (ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการปี 2560 ฉบับที่ 320 ซึ่งจะเรียกว่า “ประกาศ”) นอกจากนี้รายละเอียดเกี่ยวกับการประกาศมาตรฐานผู้ฝึกงานฯสาขาผู้บริบาลที่รัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องกำหนดและการจำกัดความของข้อบังคับใช้ของกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ฝึกงานด้านเทคนิคหรือแนวทางการปฎิบัติให้ถูกต้องของผู้ฝึกงานด้านเทคนิคชาวต่างชาติ (ที่ประกาศเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 หมายเลขเอกสาร 0929 หัวข้อ 4 หมายเลขเอกสาร 0929 หัวข้อ 2 ซึ่งจะเรียกว่า “การแปลความ”)

          มีรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ ดังนี้

เงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ฝึกงานด้านเทคนิค

(1) คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ฝึกงานด้านเทคนิค

ก. เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป

ข. เป็นผู้ที่เข้าใจรายละเอียดระบบการฝึกงาน

ค. นำความรู้ที่ได้รับระหว่างการฝึกงานกลับไปใช้ยังประเทศของตน

ง. กรณีที่เป็นการส่งผู้ฝึกงานฯโดยมีบริษัทแม่อยู่ในญี่ปุ่นจะต้องมาในรูปแบบการทำงาน

จ. กรณีที่เป็นการส่งผู้ฝึกงานฯโดยผ่านองค์กรรับ-ส่ง ในประเทศของตนจะต้องมีสาขางานที่จะฝึกในญี่ปุ่นเพื่อนำวิชาชีพกลับไปใช้เป็นประสบการณ์

ฉ. กรณีที่เป็นการส่งผู้ฝึกงานฯโดยผ่านองค์กรรับ-ส่ง จะต้องเป็นไปตามกฏหมายการเข้าประเทศ มีการรับรองสัญชาติและที่อยู่อาศัยโดยหน่วยงานรัฐบาล

ช. ผู้ฝึกงานฯ 2 จะต้องกลับประเทศอย่างน้อย 1 เดือนจึงจะสามารถกลับมาฝึกงานเป็นผู้ฝึกงานฯ 3 ได้

ซ. ไม่สามารถฝึกงานซ้ำในระดับที่เคยฝึกมาแล้ว (มี 3 ระดับ คือ ผู้ฝึกงานฯ 1 , ผู้ฝึกงานฯ 2 ,      ผู้ฝึกงานฯ 3)

 

ผู้ฝึกงานฯ 1 จะต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อยระดับ N4

ผู้ฝึกงานฯ 2 จะต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อยระดับ N3

 

รายละเอียดความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็น

1 ผู้ที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมากกว่าระดับ N4 คือ

                    ผู้สอบผ่านข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ N3 N2 หรือ N1

                   ผู้สอบผ่านข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (แบบเก่า) ระดับ 3 2 หรือ 1 ซึ่งเป็นข้อสอบที่ใช้จนถึง 31 มีนาคม 2553

                   ผู้สอบข้อสอบ J Test ระดับ E-F ที่ได้คะแนนมากกว่า 350 คะแนนหรือระดับ A-D ที่ได้คะแนนมากกว่า 400 คะแนน

                   ผู้สอบผ่านข้อสอบ NAT-TEST ระดับ 4 3 2 หรือ 1

 

2 ผู้ที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมากกว่าระดับ N3 คือ

                   ผู้สอบผ่านข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 หรือ N1

                   ผู้สอบผ่านข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (แบบเก่า) ระดับ 2 หรือ 1 ซึ่งเป็นข้อสอบที่ใช้จนถึง 31 มีนาคม 2553

                   ผู้สอบข้อสอบ J Test ระดับ A-D ที่ได้คะแนนมากกว่า 400 คะแนน

                   ผู้สอบผ่านข้อสอบ NAT-TEST ระดับ 3 2 หรือ 1

 

การยื่นแผนการฝึกงานของผู้ฝึกงานด้านเทคนิค 1 และ 2 จะต้องยื่นหลักฐานการสอบผ่านภาษาญี่ปุ่นข้างต้นด้วย และจำเป็นต้องยื่นเอกสารก่อนเริ่มฝึกงานอย่างน้อย 4 เดือนสำหรับผู้ฝึกงานฯ 1 และอย่างน้อย 3 เดือนสำหรับผู้ฝึกงานฯ 2 กรณีที่หลักฐานการสอบผ่านภาษาญี่ปุ่นยังไม่พร้อมยื่น ณ วันที่ยื่นเอกสารสามารถยื่นเรื่องตามได้โดยจำเป็นต้องยื่นเอกสารก่อนเริ่มฝึกงานอย่างน้อย 3 เดือนสำหรับผู้ฝึกงานฯ 1 และอย่างน้อย 2 เดือนสำหรับผู้ฝึกงานฯ 2 และจะต้องยื่นเรื่องขอส่งเอกสารไว้เพิ่มเติม ณ วันที่ยื่นเอกสารครั้งแรก

 

รายละเอียดช่วงการสอบและช่วงส่งใบประกาศผลของข้อสอบภาษาญี่ปุ่นต่างๆ

 

ประเภทข้อสอบ

ช่วงสอบ

ช่วงส่งใบประกาศผล

ข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น

ก.ค. ธ.ค.

ก.ย. ก.พ. (กรณีสอบในประเทศญี่ปุ่น)

ต.ค. มี.ค. (กรณีสอบนอกประเทศญี่ปุ่น)

ข้อสอบ J Test

ม.ค. มี.ค. พ.ค. ก.ค. ก.ย. พ.ย.

1 เดือนหลังสอบ

ข้อสอบ NAT-TEST

ก.พ. เม.ย. มิ.ย. ส.ค. ต.ค. ธ.ค.

3 สัปดาห์หลังสอบ

 

(2) คุณสมบัติพื้นฐานของการอบรมผู้ฝึกงานด้านเทคนิค

กฏระเบียบการฝึกอบรบผู้ฝึกงานด้านเทคนิค 1 หลังจากเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น

ก. กรณีที่ผู้ฝึกงานฯเดินทางโดยผ่านบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทแม่จำเป็นต้องอบรมผู้ฝึกงานหลังเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น กรณีที่ผู้ฝึกงานฯเดินทางโดยผ่านองค์กรรับ-ส่ง องค์กรรับจำเป็นต้องอบรมผู้ฝึกงานหลังเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น

ข. หัวข้อการอบรม

                   1 ภาษาญี่ปุ่น

                   2 การใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น

                   3 กฏระเบียบการเข้าออกประเทศญี่ปุ่นและกฏระเบียบการทำงาน

                   4 หัวข้ออื่นๆนอกเหนือจากหัวข้อ 1-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฝึกงานฯระหว่างอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

ค. จำนวนเวลาในการอบรมทั้งหมดจะต้องมากกว่า 1 ใน 6 ของจำนวนเวลาที่ผู้ฝึกงานฯ 1 จะฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นซึ่งนับรวมชั่วโมงการอบรมหรือการเรียนภาษาช่วงก่อนเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นและหลังจากเดินทางมาแล้วด้วย

ง. การอบรมในหัวข้อ ข. 3 สำหรับผู้ฝึกงานฯที่เดินทางโดยผ่านบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นและการอบรมในหัวข้อ ข. 1-3 สำหรับผู้ฝึกงานฯที่เดินทางโดยผ่านองค์กรรับ-ส่ง จะต้องทำการอบรมก่อนการเริ่มฝึกงาน

 

รายละเอียดการอบรมหลังจากเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น

ก. จากกฏระเบียบ (2) ข. 1 ที่กล่าวถึงการเรียนภาษาญี่ปุ่นข้างต้น จะต้องมีการเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่า 240 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งแยกเป็นเรื่องต่างๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตาราง 1” ด้านล่าง หากมีการเรียนมาก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นตามกฏระเบียบ (2) ค. ข้างต้น จะสามารถลดหย่อนชั่วโมงได้เพียงบางส่วน

ตาราง 1

วิชา

รายละเอียดเนื้อหาวิชา

จำนวนชั่วโมง

 

 

 

 

ภาษาญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่นทั่วไป

100

การฟัง

20

การอ่าน

13

ตัวอักษร

27

การออกเสียง

7

บทสนทนา

27

การเขียนเรียงความ

6

ภาษาญี่ปุ่นในการบริบาล

40

รวม

240

ข. สำหรับผู้ฝึกงาน 2 ที่สอบผ่านภาษาญี่ปุ่นระดับ N3 จะไม่ข้องเกี่ยวกับหัวข้อ (2) ก. ข้างต้นแต่จะต้องมีการเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่า 80 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งแยกเป็นเรื่องต่างๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตาราง 2” ซึ่งหากมีการเรียนมาก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นจะสามารถลดหย่อนชั่วโมงได้เพียงบางส่วน

ตาราง 2

วิชา

รายละเอียดเนื้อหาวิชา

จำนวนชั่วโมง

 

 

ภาษาญี่ปุ่น

การออกเสียง

7

บทสนทนา

27

การเขียนเรียงความ

6

ภาษาญี่ปุ่นในการบริบาล

40

รวม

80

ค. ผู้ที่เป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นจะต้องจบระดับมหาวิทยาลัยหรือสูงกว่า

ง. หัวข้ออบรมอื่นๆ ที่กล่าวไว้ในหัวข้อ (2) ข. 4 มีรายละเอียดตามตาราง 3” ซึ่งหากมีการเรียนมาก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นจะสามารถลดหย่อนชั่วโมงได้เพียงบางส่วน

ตาราง 3

วิชา

รายละเอียดเนื้อหาวิชา

จำนวนชั่วโมง

 

 

 

 

ความรู้ที่จำเป็นในสาขาอาชีพ

พื้นฐานการบริบาล 1 2

6

เทคนิคการสื่อสาร

6

การบริบาล เคลื่อนย้ายผู้ป่วย

6

การบริบาล อาหาร

6

การบริบาล ขับถ่าย

6

การบริบาล เปลี่ยนเสื้อผ้า

6

การบริบาล อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกาย

6

รวม

42

จ. หัวข้ออบรมอื่นๆนั้นจะต้องจัดการอบรมตามกฏเกณฑ์หรือโรงเรียนซึ่งถูกบังคับไว้ในกฏระเบียบสถานที่อบรม

 

เงื่อนไขเกี่ยวกับการรับผู้ฝึกงานฯ

(1) รายละเอียดเกี่ยวกับพี่เลี้ยงผู้สอนผู้ฝึกงานฯ

         พี่เลี้ยงจะต้องเป็นผู้ที่ทำงานประจำอยู่ในสถานบริบาลหรือผู้ฝึกสอนและเป็นต้องมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีขึ้นไป

         พี่เลี้ยงจะต้องเป็นผู้ไม่กระทำผิดกฎหมายแรงงาน กฏหมายเรื่องการเข้าออกประเทศภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

         พี่เลี้ยงจะต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

         ในจำนวนพี่เลี้ยงทั้งหมดจะต้องมีพี่เลี้ยงมากกว่า 1 คนที่มีใบรับรองว่าสอบผ่านผู้บริบาลหรือพยาบาล

         พี่เลี้ยงตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต่อผู้ฝึกงานฯ 5 คน

 

(2) รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ฝึกงาน

         สถานที่ฝึกงานนั้นจะต้องเป็นสถานที่ดูแลผู้รับบริบาล

         สถานที่ดูแลผู้รับบริบาลจะต้องเปิดทำการมาแล้วมากกว่า 3 ปี

         ไม่ให้ผู้บริบาลดูแลผู้รับบริบาลที่บ้านส่วนบุคคล

         ประเภทของสถานประกอบการที่ผู้ฝึกงานฯสาขาผู้บริบาลสามารถทำงานได้จะต้องเป็นประเภทที่อยู่ในรายการที่กำหนดไว้

 

(3) รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานกะกลางคืน

         การทำงานในกะกลางคืนนั้นผู้บริบาลจะมีจำนวนน้อยกว่าในช่วงกลางวัน สถานประกอบการที่มีการให้บริบาลช่วงกลางคืนหรือการรับบริบาลฉุกเฉินในช่วงกลางคืนนั้นจะต้องจัดการเรื่องความปลอดภัยของผู้รับบริบาล และแจ้งให้ผู้ฝึกงานฯทราบล่วงหน้าเพื่อพร้อมรับทั้งสภาพร่างการและสภาพจิตใจ

 



 

 

 

เงื่อนไขเกี่ยวกับองค์กรรับที่ญี่ปุ่น (Supervising Organization)

 

องค์กรรับที่จะสามารถรับผู้ฝึกงานฯสาขาผู้บริบาลได้นั้นจะต้องเป็นนิติบุคคลที่ไม่ได้มีเป้าหมายในการแสวงหากำไรภายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแบ่งเป็นสถานที่และองค์กรต่างๆ ดังนี้

 

o  

สภาการค้าอุตสาหกรรม

o  

สมาคมการค้าอุตสาหกรรม

o  

องค์กรธุรกิจขนาดเล็ก กลาง

o  

นิติบุคคลเพื่อฝึกอบรมวิชาชีพ

o  

สมาคมเพื่อผลประโยชน์ทางสาธารณะ

o  

มูลนิธิเพื่อผลประโยชน์ทางสาธารณะ

 

โดยองค์กรรับนั้นจะต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการบริบาล การแพทย์ สวัสดิการสังคม รวมอยู่ในหัวข้อที่จดทะเบียนด้วย

 

กรณีองค์กรรับมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ สาขานั้นๆจะต้องเป็นนิติบุคคลที่ไม่ได้มีเป้าหมายในการแสวงหากำไรด้วยเช่นกัน

 

สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น

 

ธันวาคม 2560